2007/Apr/29

จริงๆก็กลับมานานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เขียนลง Blog ตามที่ได้ตั้งใจไว้ซักที วันนี้ก็เอาฤกษ์เอาชัยเขียนซะหน่อย ก่อนที่ซากอารยธรรมที่หลงเหลือจากการไปเที่ยว จะอันตรธานไปหมดเหลือไว้แค่บิลบัตรเครดิทให้ดูต่างหน้า

27.03.07 Boarding
ว่าแล้วก็เริ่มกันตั้งแต่วันขึ้นเครื่องเลยดีกว่า ตื่นมาตอนสายๆของวันด้วยความเอ้อระเหยคิดอยู่ว่ายังไงก็ทัน เครื่องออกตั้งเกือบเที่ยงคืน ไม่ได้มีอาการตื่นเต้นอะไรเล้ย คิดว่าเป็นเพราะว่าไปเป็นรอบที่ 2 แล้ว แต่ถึงไม่ตื่นเต้นก็ยังรู้สึกดีใจอยู่มากๆที่จะได้เอาหัวที่มุดจมกองเอกสาร ออกไปสูดอากาศที่อื่นกับเค้าบ้าง

ตื่นมาแล้วก็รู้ตัวอยู่หรอกว่ามีอะไรต้องทำเยอะแยะไปหมด ต้องไปโอนเงิน ไปทธุระที่ทำงาน และไปเอากระเป๋ากับคุณเพื่อน แต่ด้วยความที่อืดเป็นประจำเลยทำอะไรเรื่อยเปื่อยมากๆ ตื่นมานั่งดูทีวี เขียน Entry แรกของ Blog นี้แล้วค่อยออกไปทำอย่างอื่น จนเสร็จธุระที่ทำงานตอน6โมงครึ่งนี่แหละถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าควรจะรีบแล้ว รถก็ติดมากๆ แถมโซระจังกับเรโกะจังก็นัดไว้ตอน 2 ทุ่มที่สนามบิน แต่ .. อ๊า .. ยังไม่ได้ไปเอากระเป๋ากับคุณเพื่อนเลย

อันหลังนี่เรื่องใหญ่หน่อย เพราะว่า กระเป๋าที่ว่าคือกระเป๋าเดินทาง เนื่องจากคุณเพื่อนจะต้องระหกระเหินจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเรียนที่ญี่ปุ่น ท่านแม่ของคุณเพื่อนเลยเอาน้ำพริก กะปิ น้ำปลา ยัดใส่กระเป๋ามาเป็นการใหญ่ ตามลักษณะกัลยามิตร เราต้องช่วยเพื่อนช่ายมะ ก็เลยช่วยมันแบ่งเบาการขนไป 37.6 โล โอ้ .. แม่เจ้า ชั้นแบกมันไปได้ไง ว่าแล้วก็รีบบึ่งไปสนามบิน เป็นเรื่องที่น่าประหลาดพิสดารพันลึกมาก ที่สามารถไปสนามบินสุวรรณภูมิจากสาทรได้ใน 25 นาที ต้องขอขอบคุณ Taxi คันนั้นจริงๆที่ทำให้เราไปทัน ไปถึงก็ปรากฎว่าเรโกะจังมาถึงนานแล้ว โซระจังกำลังบึ่งมา วู้วๆ ข้าพเจ้าไม่สาย รอดตัวไป - -'

พอคนครบแล้วก็ได้เวลาลัลล้า Check-in คนเยอะมากมาย ไม่รู้มาจากไหนกัน มองๆดูแล้วส่วนมากจะเป็นกรุ๊ปทัวร์ อ๊ะ อ๊ะ .. แถวนึงสั้น 3 สาวก็ไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปต่อ มีอยู่ข้างหน้าแค่คิวเดียวเอง แล้วยังไงไม่รู้ คนข้างหน้าเค้าให้เราเข้าไปก่อน ก็เลยแบกกระเป๋าไปวาง ยื่น Passport ให้ละบอกว่า "นู๋ขอที่นั่ง ติดกัน 3 ที่นะฮ๊า" พนักงานก็กดตึ้ดๆๆ แล้วอยู่ๆก็มีเสียงจากสวรรค์สั่งการลงมายังพนักงานกราวน์คนนั้นว่า "น้องเค้ามากัน 3 คนเหรอ .. งั้นอัพให้น้องเค้าไปเลย" โอ้ววว อึ้งค่ะ อึ้ง สุดจะบรรยายได้แต่เก็บสีหน้าดีใจแทบลงไปดิ้นไว้ และแล้วเจ้าของเสียงสวรรค์ก็หันมาพูดกับพวกเราว่า "เดี๋ยวพี่อัพพวกน้องเป็น Business Class ให้นะ" ถึงในใจจะกรี๊ดกร๊าดมากแค่ไหนก็ได้แต่สงบสีหน้าตอบกลับไปแค่ "ขอบคุณค่ะ"

การบิน JAL รักคุณเท่าฟ้า ของจริง

งานนี้ต้องขอขอบคุณกรุ๊ปทัวร์จำนวนมากที่ทำให้ข้าพเจ้าได้นอนสบายกินอิ่มมากกว่าปกติ คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มกับค่าเครื่องบินที่เสียไป นอกจากที่นั่งจะกว้างสุดยอดแล้ว ยังปรับนอนราบได้เลย แถมด้วยอาหารว่างเป็น Sushi ขอเพิ่มได้ไม่อั้น (แอบคิดในใจขอกินแต่แซลมอนได้ปะ) แล้วยังมีจอส่วนตัวที่ใหญ่กว่าชั้น Economy แถมด้วยรองเท้าแตะกับถุงยังชีพที่ตบเค้ากลับมา เท่านี้ก็จบวันขึ้นเครื่องบินไปอย่างสวยงาม

28.03.07 Trip Started : Day 1
หลังจากเครื่องบินออกจากสนามบินล่าช้าไปเกือบ 1 ชั่วโมง คุณนักบินผู้แสนจะรับผิดชอบในความล่าช้าก็เลยขับให้เร็วขึ้น เชื่อเค้าเลย พวกเราไปถึงญี่ปุ่นภายใน 5 ชั่วโมงจริงๆ ชัดสงสัยว่าแน่ใจนะว่าไม่ได้นั่ง Stealth หรืออะไรมา ทำไมมันเร็วผิดปกติงี้ หรือถ้าจะบอกว่านี่ปกติ ทำไมไม่ให้มันเร็วแบบนี้ทุก Flight ล่ะยะ เครื่องเราที่ออกตอนเที่ยงคืนเกือบๆตี 1 ดันไปถึงพร้อมกับ Flight ที่ออก 5ทุ่ม .. เจริญ

กรู๊ววว ถึง Narita ในที่สุด พอลงจากเครื่องบินก็นั่ง Shuttle เข้าไปที่ตัว Terminal ผ่านตรวจคนเข้าเมืองไปรับกระเป๋าแล้วพอหลุดออกมาได้ก็รีบเผ่นไปทำการส่งกระเป๋าอันแสนหนักให้คุณเพื่อน แล้วก็เดินไปซื้อตั๋ว Keiseiด้วยความที่คิดว่าต้องไปรับทือหมือที่เช่าไว้ อาจจะนานเลยจองตั๋วรถไฟเที่ยว 8โมงครึ่ง แต่ดั๊นไปเอาโทรศัพท์เสร็จในอีกไม่ถึง 10 นาทีต่อมา เลยต้องนั่งรอเที่ยวรถไฟอีกว่าครึ่งชั่วโมง ตอนนั่งรอรถไฟก็ลอบมองชาวบ้านว่าเค้าใส่เสื้อหนาวกันป่าวว้า เห็นเค้าใส่โค้ทกันหมด โซระจังกับเรโกะจังก็ใส่ แต่ทำไงอ่า ยังไม่หนาวอะ แต่ด้วยความกลัวกะเหรี่ยงเกินไป เลยหยิบโค้ทมาเตรียมไว้พอเริ่มเข้าเมืองจะได้ใส่ได้ทัน หึ หึ ว่าแล้วพอรถไฟมาก็เต๊าะแต๊ะขึ้นไป โซระจังนั่งกับเรโกะจังด้านหลังของข้าพเจ้าที่นั่งกับคุณลุงท่านนึง ด้วยความง่วงก็เลยหลับไปให้เรโกะจังกับโซระจังนั่งเม้าท์กัน พอใกล้ๆถึงสถานี Nippori ที่เราจะต้องลงก็ตื่นละยืนขึ้นหันไปพูดกับโซระจังและเรโกะจัง ทันใดนั้น!!! คุณลุงที่นั่งอยู่ก็ถามขึ้นมาว่า "เป็นคนไทยหรือครับ" โอ้วว .. "Hai. Watashi wa Thai-jin desu." เปล่า ไม่ได้ตอบไปหรอก.. แค่อึ้ง พูดชัดกว่าตูอีก

หลังจากการเดินทางชั่วโมงกว่าๆจากสนามบินก็มาถึงโรงแรมที่พัก คราวนี้เราพักที่ Business Hotel หน้าสถานี Ikebukuro มารอบนี้ประหยัดสุดๆ(เก็บตังไว้เหมาการ์ตูนดีกว่า) ที่พักก็สบายกว่าที่คิด จริงๆเค้าให้ Check-in ตอนบ่าย 3 โมง พวกเราก็เลยต้องฝากกระเป๋าไว้แล้วระเห็จตัวเองออกไปกินข้าวแกงกะหรี่แถวนั้น ลองสั่งอาหาร Recommend ของโซระจัง .. นั่นคือ ข้าวแกงกะหรี่ชีส พอมาเสิร์ฟละลองชิม นี่มัน พิซซ่ารสกะหรี่นี่ แบบว่าด้วยความที่มันเป็น Mozzarella มันเลยยืดตึ๋งหนืดเหมือนหน้าพิซซ่า อร่อยสุดๆ ราคาก็ไม่แพง พอกับไปกินฟูจิน่ะแหละ พอกินอิ่มหนำแล้วก็เริ่มเคลื่อนพล ตอนนั้นยังฟิตอยู่นิดหน่อยเลยถ่อไป Ueno ไปดูซากุระกันให้หายอยาก

ไปถึง Ueno แล้วก็พบเจอกับคลื่นพลังมหาชนที่ยิ่งกว่าท้องสนามหลวง กับ เหล่าพะยูนเกยตื้นมากมายที่ปูพลาสติกนอนจองที่กันอยู่ตามต้นซากุระ โอย เหมือนในการ์ตูนเลย แต่ซากุระของจริงมันสวยกว่าที่จินตนาการไว้เยอะเลย มีแต่สีชมพูเต็มไปหมด ลมพัดปลิวร่วงมา สวยมั่กมาก ข้อแนะนำในการชมซากุระ กรุณาเงยหน้ามองแต่ความงามของซากุระ และมองข้ามกองพะยูนเกยตื้นด้านล่างเพื่อมิให้เป็นการเสียสายตา แต่ว่าที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่ซากุระนะ พอเข้าไปถึงกลางๆสวนจะมีซุ้มขายของเหมือนงานเทศกาลที่เคยเห็นกัน โอ๊ย นู่นก็น่ากิน นี่ก็น่าเล่น อยากไปหมด

อันนี้เป็นซุ้มของกิน

นี่ที่เค้าช้อนปลาทองกัน แต่แหม .. เสียดายคุณชายไม่ได้มาด้วย ไม่งั้นจะได้มาเดทแบบในการ์ตูน

ไหนๆก็มาถึงนี่แล้วก็อยากให้มันคุ้มๆอ่าน้า ถึงจะเหนื่อยๆแสนเหนื่อยแต่ก็อยากจะตะกายเข้าไปชมสวนสัตว์ซะหน่อย พอไปถึงข้างหน้า อะไรเนี่ย!? เค้าให้เข้าฟรีเหรอ หรือ เบคแฮมมาแจกลายเซ็น ทำไมคนมันยั๊วะเยี้ยงั้นอ่า ว่าแล้วกองพลทหารราบทั้ง 3 เลยถอยมานั่งพักชมวิว นั่งไปนั่งมาก็ง่วงเลยประชุมเพลิงกันว่ากลับไปนอนเต๊อะ แต่พอไปถึงโรงแรมมันยังไม่ถึงเวลา Check-in เลย แต่เค้าก็ใจดีให้พวกเราเข้าไปซุกหัวนอนก่อน ก็เลยคร่อกกันถึงทุ่มนึง แล้วก็ออกหากินตอนกลางคืนอยากสนุกสนาน อันข้าพเจ้านั้นไปยืนซู้ดอุด้งอยู่ที่สถานีรถไฟ ระหว่างที่กินไปก็ให้แปลกใจยิ่งนัก ทำไมคนญี่ปุ่นมันกินเร็วกันนักฟะ!! ไม่ถึง 5 นาทีเพ่ก็เปิดก้นไปกันละ ไม่กลัวติดคอกันมั่งรึไง พออิ่มท้องก็เริ่มออกปฏิบัติการต่อโดยการไปร้าน 99 Yen Shop ไปกวาดชอคโกแลตมากินเล่น กับ โค้ก ที่กระป๋องใหญ่กว่าบ้านเราเกือบ 2 เท่าแต่อร่อยกว่า 3 เท่า ในราคา 104 เยน เท่านี้ก็จบวันแรกไปแย่งสวยงามและอิ่มท้อง

2007/Apr/29

อันนี้ไปเจอมาบนเวป ทำให้ความอยากเล่นพุ่งกระฉูดสุดๆ คาดว่าน่าจะเป็นเกมที่หลายๆคนรู้จักกันพอสมควร จากที่เคยไปหยอดเหรียญเล่นกัน (จะแบบของแท้ของเทียมก็เถอะ) ตอนนี้โปรเจคนี้ได้ขยับมาลง Portable สุดเลิฟของเราแล้ว

จากที่ลงไว้ในนิตยสาร Famitsu ทาง Namco ได้แง้มออกมาว่าสำเร็จไปมากกว่า 60% แล้ว คิดว่าคงไม่นานเกินรอ ตามที่เค้าบอกไว้ เกมนี้จะRelease ช่วง Summer 2007 มันก็น่าจะเร็วๆนี้ล่ะน่า

กดเข้าไปดูรูปที่ใหญ่ขึ้นได้นะ

คร่าวๆเห็นเค้าบอกว่าเล่นผ่าน Wifi ได้มากที่สุด 4 คน น่าจะได้ดวลกันมันส์ไปเลย สไตล์เพลงก็มีคละๆกันไป ทั้ง J-pop, Game Music, Classic และ Namco Original รายชื่อเพลงเท่าที่เห็นน่าสนใจมากทีเดียว

2007/Apr/28

หลังจากที่ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมนี้มาพักนึง ขอบอกว่าถูกใจมากๆ จริงๆอาจจะเป็นเพราะว่าเพิ่งได้ดู Drama ไปหมาดๆ เลยติดใจเกมนี้เป็นพิเศษ แต่คิดว่าหลายๆคนน่าจะชอบ ยิ่งถ้าใครเป็นแฟนเกมกลองแล้ว เกมนี้ก็มีมาให้เล่นอยู่แว่บๆเหมือนกัน แบบว่าชิมลางก่อนที่จะ Release เกมกลองตัวเต็มออกมา

หลายๆคนคงจะเคยรู้จัก Manga เรื่องนี้อยู่บ้าง ชื่อภาษาไทยของเรื่องนี้คือ วุ่นรักนักดนตรีตอนนี้ออกเล่มล่าสุดเป็นเล่มที่ 7 ในเครือของเนชั่น อีก10กว่าเล่มถึงจะทันของญี่ปุ่น แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าตอนนี้นอกจากเกมแล้วยังมี Drama และ Anime ไว้ให้ดูกันชุ่มปอดอีก

เกมนี้ออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 19 เมษายน โดยลงใน Portable ยอดนิยมของหลายๆคนจากค่าย Nintendo วิธีเล่นก็ไม่ยาก ใช้ Touch Pen ซะเป็นส่วนใหญ่ มีแค่มินิเกมเดียวที่ต้องกด เมื่อเข้าเกมหนแรกก็เขียนชื่อ Create Save ไปตามปรกติ

พอเข้ามาแล้วก็ให้คุยตามจุดต่างๆที่เห็นในจอด้านซ้าย เนื้อเรื่องจะอิงตาม Manga เป็นหลัก อันไหนที่เป็น Icon ที่มีเจ้าพังพอนอยู่ด้วยก็จะมี Mission ให้ผ่านแล้วแต่เนื้อเรื่อง โดยเกมหลักๆเราจะต้องสวมบทเป็น Conductor แต่ใน Mini Game เราก็จะได้สวมบทเป็น Character อื่นๆด้วยเหมือนกัน

ในจอทางด้านขวาจะมี Option ให้ปรับเปลี่ยน พร้อมกับ Mini Game ต่างๆ ถ้าเราผ่านเนื้อเรื่องไปได้ในระกับหนึ่งแล้ว ก็จะมี Mini Game ใหม่ๆที่ยากขึ้นมาให้ผ่านอีก

เวลาเข้าจอเล่นตัวโน้ตจะค่อยๆตกลงมา เราก็ใช้ Touch Pen แตะที่ตัวโน้ตให้พอดีกับจังหวะที่เลื่อนมาจากทางขวา ถ้าแตะได้พอเหมาะเลยมันจะขึ้นเป็นสีรุ้ง หรือถ้าแตะได้จังหวะพอใช้ ก็จะแค่ผ่านไป ถ้าพลาด เพลงที่เล่นอยู่เสียงจะเพี้ยนไปเลย(ตลกดีอะตรงนี้ ลองพลาดเยอะๆดูเพลงติงต๊องไปเลย)

ตามเนื้อเรื่อง เพลงทั้งหมดที่เล่นจะเป็นเพลง Classic อยู่แล้ว เช่นของ Beethoven, Mozart ประมาณนั้น แต่ต้องระวังพลาดจังหวะบ่อยๆ เพราะว่าจะมี Bar วัดอยู่ ถ้าเราพลาดบ่อย Conductor ก็จะรมย์บ่จอย(เหมือนในรูปอะ ดูขึ้นอืดเลย) Bar วัดมันก็จะตกลงเรื่อยๆ ถ้าเล่นดีก็สดใสปิ๊งๆ

นอกจากเกมหลักๆที่เราเล่นเป็น Conductor แล้วก็จะเป็นพวก Mini Game อย่างอันนี้พอเห็นมาสึมิจังก็..ใช่เลย..เกมกลอง ในเนื้อเรื่องเราจะไม่ต้องเลือกระดับความยาก แต่พอผ่านได้แล้ว ก็จะ Unlock เพลงนี้ออกมา ถ้ากลับไปเล่นอีกครั้งจะมีระดับความยากให้เลือกอีก 3 ระดับ ในส่วนนี้จะมีทั้งหมด 5 เพลง

อ้า..ชั่วโมงทำอาหารกับมิเนะคุง เกมนี้เราต้องผสมอาหารให้ได้ตามจำนวนที่กำหนดภายในเวลาที่มี ส่วนผสมทั้งหมดจะบินๆลอยๆอยู่บนกะทะนั่นแหละ เราแค่ต้องจำให้ได้แล้วเลือกกดให้ถูก

อ๋า..พูริโกโรตะคุง Mini Game นี้ใช้ Controller ที่เครื่อง เราต้องพาโกโรตะคุงผ่านสิ่งกีดขวางทั้งหมดไปให้ได้ มีลูกอมอวกาศให้ 5 ลูก ถ้าหมดก็ Game Over เด้อ

มาถึง Mini Game สุดท้าย เก็บห้องโนดาเมะ โอ้..มันรกสิ้นดี(แต่สงสัยไม่เท่าห้องเราแฮะ) ก็แค่ลากเก็บของที่กองๆอยู่เข้าที่เข้าทาง จัดให้ถูกประเภท แค่นั้นก็เป็นอันจบ

ถ้าเล่นผ่านหมดแล้วก็จะเข้าสู่Ending อ๊ะ อ๊ะ..อย่าเพิ่งปิดเกมนา พอจบช่วง Credit แล้วจะมีเพลงพิเศษขึ้นมาให้เล่นต่ออีก แล้วจะเป็นการ Unlock อีกหนึ่งตัวละครด้วย แต่เราเองก็ยังเอาตัวสุดท้ายออกมาไม่ได้ ว่าจะไปงมต่อดีกว่า

ถ้าใครสนใจจะลองเล่นเกมนี้ดูก็ไปลองได้ที่ http://games.yahoo.co.jp/games/flash/nodameและ http://games.yahoo.co.jp/games/flash/nodame2/